ขายช่องทางไหนกำไรดีที่สุดปี 2026 เปรียบเทียบ Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook และ Instagram

15/Jul/2026 07:06 น.

ขายShopeeหรือTikTokดีกว่า ขายในFacebookดีไหม ขายออนไลน์ช่องทางไหนดี MarketplacevsFacebook ขายของออนไลน์ที่ไหนดี2026

ปัจจุบันการขายของออนไลน์มีช่องทางให้เลือกมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น Marketplace อย่าง Shopee และ Lazada, Social Commerce อย่าง Facebook และ Instagram หรือการขายผ่าน Live Commerce บน Facebook Live และ TikTok LIVE

แต่คำถามที่พ่อค้าแม่ค้าหลายคนสงสัยคือ

  • ขายช่องทางไหนกำไรดีที่สุด?
  • เริ่มขายที่ไหนดี?
  • ควรขายหลายช่องทางพร้อมกันหรือไม่?
  • ปี 2026 แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับร้านของเรามากที่สุด?

ในบทความนี้ Order Plus จะพาคุณเปรียบเทียบแต่ละช่องทางแบบเข้าใจง่าย 
พร้อมวิเคราะห์ว่าร้านแบบไหนเหมาะกับแพลตฟอร์มไหน เพื่อช่วยให้คุณเลือกช่องทางขายได้ตรงกับเป้าหมายมากที่สุด

ช่องทางขายออนไลน์ยอดนิยมในปี 2026

ปัจจุบันช่องทางขายออนไลน์สามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1. Marketplace

Marketplace คือแพลตฟอร์มที่มีลูกค้าจำนวนมากอยู่แล้ว ร้านค้าเพียงสมัครเปิดร้านก็สามารถเริ่มขายได้ทันที

ตัวอย่าง

  • Shopee
  • Lazada
  • TikTok Shop

จุดเด่น

  • ลูกค้าเยอะ
  • มีลูกค้าที่ค้นหาสินค้าอยู่แล้ว
  • มีระบบชำระเงินและขนส่งครบ
  • เหมาะกับร้านเริ่มต้น

ข้อควรระวัง

  • มีค่า GP หรือค่าคอมมิชชันสูง
  • มีการแข่งขันด้านราคา
  • ต้องเข้าร่วมโปรโมชั่นบ่อย
  • กำไรต่อออเดอร์อาจลดลง

2. Social Commerce

เป็นการขายผ่านโซเชียลมีเดีย

เช่น

  • Facebook Page
  • Instagram
  • LINE Official Account

จุดเด่น

  • ไม่เสียค่า GP
  • สร้างแบรนด์ได้ง่าย
  • ควบคุมราคาขายได้เอง
  • ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำได้ง่ายกว่า

ข้อควรระวัง

  • ต้องหาลูกค้าเอง
  • ต้องทำคอนเทนต์สม่ำเสมอ
  • ต้องตอบแชทเอง

3. Live Commerce

การขายผ่านไลฟ์สด

เช่น

  • Facebook Live
  • TikTok LIVE

จุดเด่น

  • ปิดการขายได้เร็ว
  • ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันที
  • สร้างยอดขายได้สูงในระยะสั้น
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของร้าน

ข้อควรระวัง

  • ต้องมีทีมงาน
  • คอมเมนต์จำนวนมาก
  • สรุปออเดอร์ยาก
  • มีโอกาส CF ตกหล่น

4. เว็บไซต์หรือหน้าร้านของตัวเอง

เช่น

  • หน้าร้านออนไลน์จาก Order Plus (ออเดอร์พลัส)
  • เว็บไซต์ร้านค้า

จุดเด่น

  • ไม่เสียค่า GP
  • เก็บฐานลูกค้าเองได้
  • ควบคุมกำไรทั้งหมด
  • เหมาะกับการสร้างแบรนด์ระยะยาว

ข้อควรระวัง

  • ต้องทำการตลาดเอง
  • บางแพลตฟอร์มต้องสร้าง Traffic หรือดึงผู้เข้าชมเข้ามาด้วยตนเอง

ช่องทางไหนเหมาะกับร้านแบบไหน?

Marketplace

เหมาะกับ

  • ร้านเปิดใหม่
  • สินค้าทั่วไป
  • ร้านที่ต้องการยอดขายเร็ว
  • ร้านที่ยังไม่มีฐานลูกค้า

💡ข้อดีคือมีลูกค้าพร้อมซื้ออยู่แล้ว แต่ควรบริหารต้นทุนให้ดี เพราะมีค่า GP และการแข่งขันค่อนข้างสูง

Social Commerce

เหมาะกับ

  • ร้านที่มีคอนเทนต์
  • ร้านที่ต้องการสร้างแบรนด์
  • ร้านที่ต้องการกำไรต่อชิ้นสูง

💡แม้ต้องหาลูกค้าเอง แต่ไม่มีค่า GP และสามารถสร้างฐานลูกค้าระยะยาวได้

Live Commerce

เหมาะกับ

  • ร้านที่ไลฟ์ขายเป็นประจำ
  • ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น หรือเครื่องสำอาง
  • สินค้าพรีออเดอร์
  • ของสะสม

💡การไลฟ์ช่วยเพิ่มยอดขายได้ดี แต่ควรมีระบบช่วยจัดการ CF และออเดอร์ เพื่อลดความผิดพลาด

เว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์

เหมาะกับ

  • ร้านที่ต้องการสร้างแบรนด์
  • ร้านที่มีลูกค้าประจำ
  • ร้านที่ต้องการกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วย

💡เพราะไม่มีค่า GP และสามารถควบคุมข้อมูลลูกค้าได้เองทั้งหมด

Order Plus ช่วยร้านค้าออนไลน์ได้อย่างไร?

ในความเป็นจริง ร้านค้าที่เติบโตในปี 2026 ไม่ได้เลือกขายแค่ช่องทางเดียว แต่เลือกขายหลายช่องทางพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า Order Plus (ออเดอร์พลัส) จึงเข้ามาช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าบริหารร้านและทำงานได้ง่ายขึ้นด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การขาย

มีหน้าร้านของตัวเอง (GP = 0%)

Order Plus (ออเดอร์พลัส) ช่วยให้ร้านสร้างหน้าขายสินค้า (Sale Page) ได้เอง โดยไม่เสียค่า GP ทำให้สามารถควบคุมกำไรและสร้างแบรนด์ได้เต็มที่

ระบบรวมสต็อก

เชื่อมต่อการขายจากหลายแพลตฟอร์ม เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Facebook ไว้ในระบบเดียว ช่วยให้จัดการร้านได้สะดวกยิ่งขึ้น

ตัดสต็อกอัตโนมัติ

เมื่อมีคำสั่งซื้อจากช่องทางใดก็ตาม ระบบจะอัปเดตสต็อกแบบเรียลไทม์ ช่วยลดปัญหาสินค้าหมดหรือขายสินค้าเกินจำนวนที่มีในสต็อก (Overselling)

รวมแชทและออเดอร์ไว้ในที่เดียว

ไม่ต้องสลับหลายแอปเพื่อตอบลูกค้า ช่วยให้ติดตามออเดอร์และบริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น

สรุป

ไม่มีช่องทางขายออนไลน์ใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนเพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน

  • หากต้องการยอดขายเร็ว Marketplace อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop คือคำตอบ
  • หากต้องการสร้างแบรนด์และกำไรต่อชิ้นสูง Facebook, Instagram และ LINE OA น่าสนใจ
  • หากขายผ่านไลฟ์เป็นประจำ Live Commerce จะช่วยเพิ่มยอดขายได้มาก
  • หากต้องการสร้างธุรกิจระยะยาว การมีหน้าร้านหรือเว็บไซต์ของตัวเองจะช่วยลดต้นทุนจากค่า GP และสร้างฐานลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

ทางเลือกที่ดีที่สุดในปี 2026 จึงไม่ใช่การเลือกเพียงช่องทางเดียว แต่คือการขายหลายช่องทางควบคู่กัน และใช้ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์อย่าง 
Order Plus (ออเดอร์พลัส) เพื่อรวมออเดอร์ ตัดสต็อก และบริหารร้านได้จากที่เดียว ช่วยให้คุณขยายยอดขายได้โดยไม่เพิ่มความยุ่งยากในการจัดการ

FAQ

Q: ปี 2026 ขายช่องทางไหนกำไรดีที่สุด?

A: หากมองเฉพาะกำไรต่อออเดอร์ การขายผ่าน Facebook, Instagram หรือหน้าร้านออนไลน์ของตัวเองมักได้กำไรมากกว่า เพราะไม่มีค่า GP แต่หากต้องการยอดขายจำนวนมาก Marketplace อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ก็ยังเป็นช่องทางสำคัญ

Q: มือใหม่ควรเริ่มขายที่ไหน?

A: แนะนำให้เริ่มจาก Marketplace เพราะมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว จากนั้นค่อยขยายมาที่ Facebook Page หรือ Instagram เพื่อสร้างแบรนด์ของตัวเอง

Q: จำเป็นต้องขายหลายช่องทางหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น แต่การขายหลายช่องทางช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียว และสร้างรายได้ที่มั่นคงกว่า

Q: ขายผ่าน Facebook หรือ Instagram ต้องเสียค่า GP ไหม?

A: โดยทั่วไปไม่มีการเก็บค่า GP เหมือน Marketplace แต่ร้านค้าอาจมีต้นทุนด้านโฆษณา การทำคอนเทนต์ หรือการจ้างแอดมินตอบแชทแทน

Q: Order Plus (ออเดอร์พลัส) เหมาะกับร้านแบบไหน?

A: เหมาะกับร้านที่ขายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook หรือ หน้าร้านออนไลน์ เพราะช่วยรวมออเดอร์ ตัดสต็อกอัตโนมัติ และจัดการร้านได้จากระบบเดียว

แหล่งอ้างอิง

คู่มือสำหรับผู้ขายและข้อมูลการเริ่มต้นขายบน Shopee
คู่มือการขายและเครื่องมือสำหรับผู้ขาย Lazada
เอกสารและคู่มือสำหรับผู้ขายบน TikTok Shop
Order Plus Salepage
caninnovation










 

Order Plus promotion
ติดต่อแอดมิน 24 ชม.
LINEMessenger