เงินเข้าบัญชีกี่ครั้งถึงเข้าเกณฑ์สรรพากรตรวจ อัปเดตปี 2569 ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องรู้
17/Aug/2026 08:22 น.

หลายคนที่ขายของออนไลน์มักมีคำถามว่า
- เงินเข้าบัญชีทุกวันจะโดนสรรพากรตรวจไหม?
- รับเงินผ่านพร้อมเพย์เยอะ ๆ อันตรายหรือเปล่า?
- ถ้าเงินเข้าไม่ถึง 2 ล้านบาท จะไม่โดนตรวจใช่ไหม?
คำตอบคือ
"สรรพากรไม่ได้ตรวจทุกบัญชี แต่ธนาคารมีหน้าที่รายงานข้อมูลธุรกรรมของผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย e-Payment"
ดังนั้น การที่เงินเข้าบัญชีจำนวนมาก ไม่ได้แปลว่าจะถูกเรียกเก็บภาษีทันที แต่หากเข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ธนาคารจะต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ
เกณฑ์เงินเข้าบัญชีที่ธนาคารต้องรายงานต่อสรรพากร
ปัจจุบันมี 2 กรณีหลัก ดังนี้
กรณีที่ 1
รับโอนหรือฝากเงินเข้าบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป
- ไม่จำกัดจำนวนเงิน
- ดูเฉพาะ "จำนวนครั้ง"
หากเข้าเกณฑ์นี้ ธนาคารต้องรายงานข้อมูลให้กรมสรรพากร
กรณีที่ 2
รับโอนหรือฝากเงินตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี และมียอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป
ทั้งสองเงื่อนไขต้องเกิดพร้อมกัน คือ
- รับเงินตั้งแต่ 400 ครั้ง
- ยอดรวมไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท
จึงจะเข้าเกณฑ์การรายงาน
ตารางสรุป
จำนวนครั้งต่อปี | ยอดเงินรวม | ธนาคารต้องรายงานหรือไม่ |
3,000 ครั้งขึ้นไป | เท่าไรก็ได้ | ✅ รายงาน |
400 ครั้งขึ้นไป | 2 ล้านบาทขึ้นไป | ✅ รายงาน |
400 ครั้ง แต่ไม่ถึง 2 ล้านบาท | ❌ | ไม่เข้าเกณฑ์ |
ไม่ถึง 400 ครั้ง | ยอดเกิน 2 ล้านบาท | ไม่เข้าเกณฑ์ |
ไม่ถึงทั้งสองเกณฑ์ | ❌ | ไม่เข้าเกณฑ์ |
หมายเหตุ: การรายงานข้อมูล ≠ การเสียภาษี เป็นเพียงข้อมูลที่สถาบันการเงินส่งให้กรมสรรพากรตามกฎหมาย e-Payment
เงินเข้าบัญชีเยอะ แต่ไม่เข้าเกณฑ์ จะไม่เสียภาษีใช่ไหม?
คำตอบคือไม่ใช่ การเสียภาษี ไม่ได้พิจารณาจากจำนวนครั้งของการโอนเงินเพียงอย่างเดียว
แต่พิจารณาจาก
- มีรายได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
- รายได้ประเภทใด
- มีหน้าที่ยื่นภาษีตามกฎหมายหรือไม่
ดังนั้น แม้ธุรกรรมจะไม่เข้าเกณฑ์รายงาน แต่หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ยังมีหน้าที่ยื่นแบบและเสียภาษีตามกฎหมาย
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรเตรียมตัวอย่างไร?
1. แยกบัญชีร้านค้ากับบัญชีส่วนตัว
จะช่วยให้
- ตรวจสอบยอดขายง่าย
- ทำบัญชีสะดวก
- ลดความสับสนเมื่อต้องยื่นภาษี
2. บันทึกรายรับทุกออเดอร์
ไม่ว่าจะขายผ่าน
- TikTok Shop
- Shopee
- Lazada
- LINE OA
ควรมีข้อมูลรายรับครบถ้วน
3. เก็บเอกสารทุกครั้ง
เช่น
- สลิปโอน
- ใบเสร็จ
- รายงานยอดขาย
- หลักฐานการจัดส่ง
เพื่อใช้ยืนยันรายได้หากจำเป็น
4. ยื่นภาษีให้ถูกต้อง
หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ ควรยื่นภาษีตามกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ เงินเพิ่ม และการประเมินภาษีย้อนหลัง
Order Plus ช่วยร้านค้าจัดการรายได้อย่างไร?
เมื่อร้านเริ่มขายหลายช่องทาง ปัญหาที่เจอบ่อยคือ
- รายรับกระจัดกระจาย
- เช็กยอดหลายระบบ
- สรุปยอดขายเองทุกวัน
- ทำบัญชียุ่งยาก
Order Plus (ออเดอร์พลัส) ช่วยให้การจัดการร้านค้าเป็นระบบมากขึ้น เช่น
- รวมออเดอร์จาก Shopee, Lazada, TikTok Shop ไว้ในที่เดียว
- ดูรายงานยอดขายย้อนหลังได้
- รวมยอดขายให้ในแต่ละเดือน
- ลดความผิดพลาดจากการบันทึกข้อมูลด้วยมือ
แม้ Order Plus (ออเดอร์พลัส) จะไม่ใช่โปรแกรมยื่นภาษี แต่การมีข้อมูลยอดขายที่ครบถ้วน จะช่วยให้การทำบัญชีและเตรียมเอกสารภาษีสะดวกขึ้นมาก
สรุป
หลายคนเข้าใจว่า
"เงินเข้าบัญชีเยอะ = สรรพากรตรวจแน่นอน"
แต่ความจริงคือ
- ธนาคารจะรายงานข้อมูลธุรกรรมเมื่อเข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย e-Payment
- การรายงานข้อมูลไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษีทันที
- สิ่งสำคัญคือการบันทึกรายรับ ทำบัญชีให้เป็นระบบ และยื่นภาษีให้ถูกต้อง
สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มีออเดอร์จำนวนมาก การใช้ระบบจัดการร้านค้าอย่าง Order Plus (ออเดอร์พลัส) จะช่วยรวมยอดขายจากทุกช่องทาง ลดความยุ่งยากในการจัดการข้อมูล และทำให้การเตรียมเอกสารด้านบัญชีและภาษีเป็นเรื่องง่ายขึ้น
FAQ
Q: เงินเข้าบัญชี 3,000 ครั้งต่อปี โดนสรรพากรตรวจทันทีไหม?
A: ไม่ใช่ทันที แต่ธนาคารมีหน้าที่รายงานข้อมูลให้กรมสรรพากรตามกฎหมาย e-Payment เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ
Q: เงินเข้าเกิน 2 ล้านบาท แต่รับเงินไม่ถึง 400 ครั้ง ต้องรายงานไหม?
A: ไม่ต้อง เพราะเกณฑ์นี้ต้องมีทั้ง รับเงินตั้งแต่ 400 ครั้งขึ้นไป และยอดรวมตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จึงจะเข้าเงื่อนไข
Q: รับเงินผ่านพร้อมเพย์ทุกวัน เสี่ยงโดนตรวจหรือไม่?
A: การรับเงินผ่านพร้อมเพย์ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ถูกตรวจโดยอัตโนมัติ แต่หากเข้าเกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ ธนาคารมีหน้าที่รายงานข้อมูลตามกฎหมาย e-Payment
Q: ถ้าไม่เข้าเกณฑ์รายงาน แปลว่าไม่ต้องเสียภาษีใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ การเสียภาษีขึ้นอยู่กับรายได้และหน้าที่ตามกฎหมายภาษี ไม่ใช่จำนวนครั้งของการรับเงินเพียงอย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
หน่วยงานภาครัฐ
บทความ




