รายรับจากพร้อมเพย์โดนสรรพากรตรวจไหม
11/Aug/2026 04:39 น.

ยอดรับพร้อมเพย์โดนสรรพากรตรวจไหม? คำตอบสั้น ๆ คือ
"โดนตรวจได้ แต่ไม่ใช่เพราะใช้พร้อมเพย์"
หลายคนเข้าใจผิดว่า
"รับเงินผ่านพร้อมเพย์เยอะ ๆ เดี๋ยวสรรพากรเห็น"
ความจริงแล้ว สรรพากรไม่ได้ตรวจเพราะเราใช้พร้อมเพย์ แต่ตรวจจากข้อมูลธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย e-Payment ซึ่งสถาบันการเงินมีหน้าที่รายงานข้อมูลบางกรณี
ให้กรมสรรพากรทราบ
ดังนั้น...
- รับเงินพร้อมเพย์ได้ตามปกติ
- ไม่ได้หมายความว่าจะเสียภาษีทันที
- แต่ถ้ามีรายได้จริง ก็ควรยื่นภาษีให้ถูกต้อง
กฎหมาย e-Payment คืออะไร?
กฎหมาย e-Payment เป็นกฎหมายที่กำหนดให้
- ธนาคาร
- ผู้ให้บริการ e-Wallet
- ผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์
มีหน้าที่ส่งข้อมูลธุรกรรมของผู้ที่เข้า "เกณฑ์ธุรกรรมลักษณะเฉพาะ" ให้กรมสรรพากร เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบภาษี โดยกฎหมายนี้ไม่ใช่การเก็บภาษีใหม่ แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้ตรวจสอบรายได้ของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และประชาชนได้ง่ายขึ้น
รับเงินแบบไหน ถึงเข้าหลักเกณฑ์?
ปัจจุบันมีหลักเกณฑ์สำคัญคือ
กรณีที่ 1
รับโอนหรือฝากเงินรวมทุกบัญชี
ตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป
แม้มูลค่าแต่ละครั้งจะไม่มาก ก็เข้าหลักเกณฑ์รายงานได้
กรณีที่ 2
รับโอนหรือฝากเงิน
- ตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปี
- และมียอดรวม 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี
ก็เข้าหลักเกณฑ์เช่นกัน
หมายเหตุ: การเข้าหลักเกณฑ์ "รายงานข้อมูล" ไม่ได้แปลว่าต้องเสียภาษีทันที แต่เป็นข้อมูลที่สรรพากรสามารถใช้ประกอบการตรวจสอบได้
ถ้ายอดเงินไม่ถึง = ปลอดภัย?
คำตอบคือ “ไม่เสมอไป” หลายคนเข้าใจว่า
"ถ้าไม่ถึง 3,000 ครั้ง ก็ไม่ต้องเสียภาษี"
ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะหน้าที่เสียภาษีขึ้นอยู่กับ
- รายได้ที่เกิดขึ้นจริง
- ประเภทของรายได้
- การยื่นแบบภาษี
ไม่ใช่ดูจากจำนวนครั้งของการโอนเพียงอย่างเดียว
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ควรทำอย่างไร?
หากขายของออนไลน์เป็นประจำ ควรเตรียมตัวดังนี้
1. แยกบัญชีร้านกับบัญชีส่วนตัว (จำเป็น) จะช่วยให้
- ตรวจสอบรายรับง่าย
- คำนวณภาษีสะดวก
- ลดความสับสนเวลาตรวจสอบย้อนหลัง
2. บันทึกรายรับทุกออเดอร์ ไม่ว่าจะขายผ่าน
- TikTok
- Shopee
- Lazada
- LINE
ควรมีข้อมูลครบถ้วน
- วันที่ขาย
- ยอดขาย
- ค่าขนส่ง
- ค่าธรรมเนียม (ค่า GP)
- ค่าโฆษณา (ค่า Ads)
3. เก็บหลักฐานการขาย เช่น
- สลิปโอนเงิน
- ใบเสร็จ
- รายงานยอดขาย
- หลักฐานจัดส่ง
เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษีหากจำเป็น
4. ยื่นภาษีให้ถูกต้อง
การยื่นภาษีให้ตรงเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง และลดปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบรายได้ในอนาคต
Order Plus ช่วยเรื่องภาษีได้อย่างไร?
สำหรับร้านที่ขายหลายช่องทาง ปัญหาที่พบบ่อยคือ
- รายรับกระจัดกระจาย
- ต้องรวมยอดเอง
- เช็กยอดแยกหลายแอป
- ทำบัญชียาก
Order Plus (ออเดอร์พลัส) ช่วยให้การจัดการข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น เช่น
✅ รวมออเดอร์จากหลายช่องทางไว้ในที่เดียว
✅ รายงานยอดขาย กำไร และต้นทุนในแต่ละเดือน และสามารถดูย้อนหลังได้
แม้ Order Plus (ออเดอร์พลัส) จะไม่ได้เป็นแอปสำหรับยื่นภาษีโดยตรง แต่การมีข้อมูลยอดขายที่ครบถ้วนและเป็นระเบียบ จะช่วยให้การทำบัญชีและเตรียมเอกสารภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์สะดวกขึ้นมาก
สรุป
การรับเงินผ่านพร้อมเพย์ไม่ได้ทำให้โดนสรรพากรตรวจทันที สิ่งที่สำคัญคือ
- มีรายได้จริงหรือไม่
- ยื่นภาษีถูกต้องหรือไม่
- มีหลักฐานประกอบครบหรือไม่
หากร้านค้าบริหารรายรับอย่างเป็นระบบ แยกบัญชี และบันทึกยอดขายอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถขายออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ช่วยลดความกังวลเมื่อต้องตรวจสอบข้อมูลภาษีในอนาคต
FAQ
Q: รับเงินพร้อมเพย์ทุกวัน สรรพากรเห็นไหม?
A: ธุรกรรมที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมาย e-Payment อาจถูกรายงานโดยสถาบันการเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกเรียกเก็บภาษีทันที การเสียภาษีขึ้นอยู่กับรายได้และหน้าที่ตามกฎหมายภาษี
Q: โอนเงินให้ตัวเองหลายบัญชี นับรวมไหม?
A: เกณฑ์การรายงานพิจารณาจากจำนวนครั้งและยอดรวมของธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนด โดยรายละเอียดการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อมูลที่สถาบันการเงินรายงานต่อกรมสรรพากร
Q: ถ้าขายของออนไลน์แต่ยังไม่จด VAT ต้องเสียภาษีไหม?
A: การเสียภาษีเงินได้และการจดทะเบียน VAT เป็นคนละเรื่อง หากมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเงินได้ ก็ยังมีหน้าที่ยื่นภาษี ส่วนการจด VAT จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขรายรับตามกฎหมาย
Q: ใช้บัญชีส่วนตัวรับเงินขายของได้ไหม?
A: ทำได้ แต่แนะนำให้แยกบัญชีร้านค้าออกจากบัญชีส่วนตัว เพื่อให้ง่ายต่อการทำบัญชี ตรวจสอบรายรับ และจัดเตรียมเอกสารภาษี
แหล่งอ้างอิง
กฎหมายและข้อมูลอ้างอิง




